ย้อนกลับไปเมษายน 2017 กลุ่มเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ซิตี้ เข้าชิงเอฟเอ ยูธ คัพกับทีมเยาวชน เชลซี
ผลเป็น ดาวรุ่งเชลซี ที่มี เมสัน เมาท์, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และก็ รีซ เจมส์ เอาชนะแมนฯ ซิตี้ไปได้ ครอบครองแชมป์ไปครอบครอง แต่ว่าถึงแบบนั้น มีผู้เล่น 2 คนของทีมเรือใบสีฟ้าที่โดดเด่นมากๆจนทุกคนรู้สึกได้ นั่นเป็นเบอร์ 10 ฟิล โฟเด้น และเบอร์ 11 เจดอน ซานโช่
โฟเด้น และก็ซานโช่ เป็นผู้เล่นระดับอัจฉริยะ เพียงแค่มองฝีเท้าแว้บเดียวก็รู้ โดยหลังจบเกม ไคดูน อัล-มูบารัก ประธานสมาคมแมนฯ ซิตี้ ถึงกับทำนายว่าทั้งคู่ จะก้าวขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ณ เวลานั้น ทั้งสองคนอายุ 17 ปีเสมอกัน ซานโช่แก่กว่าโฟเด้น 2 เดือน ก็เลยเติบโตมาอย่างเป็นเพื่อนกัน โดยแฟนๆเรือใบก็หวังนั่นแหละ ว่าจะได้เห็นทั้งสอง ก้าวขึ้นสู่กลุ่มชุดใหญ่ในอนาคต
แต่ว่าในตอนซัมเมอร์ ฤดูกาล 2017-18 ทั้งคู่คนพบทางแยกสำคัญ เมื่อจำต้องเลือกว่าจะอยู่ต่อกับแมนฯ ซิตี้หรือเปล่า
โฟเด้นตกลงใจอยู่ต่อ เขาต้องการจะทำความเข้าใจเคล็ดวิธีจากรุ่นพี่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย ดังเช่นว่าดาบิด สิลบา แล้วก็เควิน เดอ บรอยน์ นอกเหนือจากนั้น ตนเองก็กำเนิดในแว่นแคว้นเกรตเตอร์ แมนเชสเตอร์ ด้วย ไร้เหตุผลที่จะย้ายไปโตกับสโมสรอื่น

แม้กระนั้นในมุมของ ซานโช่ เขาตกลงใจอีกตัวอย่างทั้งหมด โดยในเวลานั้น แมนฯ ซิตี้ยื่นข้อเสนอ 30,000 ปอนด์ ต่ออาทิตย์ให้เขาพิเคราะห์เซ็นอยู่กับกลุ่มไปนานๆซึ่งสำหรับเด็กอายุ 17 นี่เป็นตัวเลขที่เยอะแยะแล้ว แต่ว่าซานโช่เลือกจะไม่ยอมรับ
ซานโช่คิดว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นกลุ่มออลสตาร์ ที่ซื้อนัก ฟุตบอล สุดยอดเยอะไปหมด แล้วกลุ่มอย่างนี้จะมอบโอกาสดาวรุ่งแค่ไหน ในตอนนี้เขาอายุ 17 เขาปรารถนาลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ แม้กระนั้นหากอยู่แมนฯ ซิตี้ จะได้ช่องเมื่อไรล่ะ ดีไม่ดีก็จะหายไปจากวิถีโคจรเสมือนดาวรุ่งคนอื่น
เมื่อซานโช่ไม่ยอมรับที่จะขยายข้อตกลงกับแมนฯ ซิตี้ จังหวะนั้นเอง ไม่ชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของดอร์ทมุนด์ กำลังมองหาปีกตัวใหม่ เข้ามาแทนที่อุสมาน เดมเบเล่ที่ย้ายไปบาร์เซโลน่า และแมวมองของทีมก็มั่นใจว่าซานโช่ มีฝีเท้าดีพอที่จะปั้นได้

ทำให้ซอร์ค ยื่นข้อเสนอทิ่มเข้ามาทันที ด้วยตัวเลข 40,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์บวกเงินกินเปล่า 600,000 ปอนด์
เรื่องเงินที่มากกว่าก็ส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ว่าจุดที่สำคัญกว่า เป็นการเสวนากันตัวต่อตัว ของไม่ชาเอล ซอร์ค กับซานโช่
ซอร์คเล่าว่า “สิ่งจำเป็นที่สุด สำหรับการพูดจากับนัก ฟุตบอล เป็นอย่าคำสัญญาในสิ่งที่คุณทำไม่ได้ พวกเราบอกเจดอนอย่างแจ่มแจ้งแต่ก่อนเลยว่า พวกเราไม่ข้อตกลงว่าคุณจะได้ลงเล่นเสมอๆทุกเกมหรอกนะ”
“พวกเราบอกเขาเพียงแค่ว่า ถ้าหากเลือกจะย้ายมา มันจะได้โอกาสแน่ๆสำหรับคุณ พวกเราเอาข้อมูลให้เขามองว่า ในไลน์อัพ 11 ตัวจริงของพวกเราแต่ละเกม พวกเราส่งผู้เล่นอายุน้อยกว่า 20 ปี ลงในสนามบ่อย และไม่ใช่เพียงแค่เกมบอลถ้วยเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นเกมใหญ่อย่างการพบบาเยิร์น มิวนิค หรือเกมแชมเปี้ยนส์ลีก พวกเราก็กล้าจะส่งเยาวชนลงไปในสนาม รวมทั้งหากเขาเลือกจะมาอยู่กับพวกเรา จะได้โอกาสได้ลงสู่สนามในชั้นสูงมากยิ่งกว่าอยู่ที่อังกฤษแน่ๆ”
ตามเดิมแล้วนัก ฟุตบอล อังกฤษจะไม่ค่อยกล้าออกมาจาก Safe Zone เป็นอยู่ในประเทศตนเอง ได้เล่นในลีกที่นิยมที่สุดอย่างพรีเมียร์ลีก ก็ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ปลอดภัยกว่า แต่ว่าภายหลังจากขอคำแนะนำครอบครัวรวมทั้งเอเยนต์ส่วนตัวแล้ว ซานโช่มีความรู้สึกว่า มันเป็นการพนันที่เขาคงจะทดลองดู
ดอร์ทมุนด์ปั้นดาวรุ่งเก่ง ส่วนแมนฯ ซิตี้ ในรอบ 10 ปีให้หลัง ผู้ที่ปั้นขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ได้ นับหัวได้เลย อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีเคเลชี่ อิเฮียท้องนาโช่ผู้เดียว ที่เหลือพวกจอห์น กุยเดตว่ากล่าว หรือ เบน มี ก็ไม่เคยได้เล่นในพรีเมียร์ลีกสักนัดหมายก่อนโดนไม่มีความสนใจ

จริงๆเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็เพียรพยายามเหนี่ยวรั้งซานโช่สุดกำลังเช่นเดียวกัน แต่ว่าตัวนัก ฟุตบอล ตกลงใจไปแล้ว โดยเป๊ปเล่าว่า “พวกเราต้องการให้เขารวมทั้งครอบครัวทราบว่า พวกเรามีความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตัวเขา เสมือนที่พวกเรามอบให้ฟิล โฟเด้น กับ บราฮิม ดิอาซ แม้กระนั้นในในที่สุดแล้วเมื่อเขาไม่ต้องการที่จะอยู่ พวกเราจะกล่าวอะไรได้ล่ะ”
“เป็นเขาอายุเพียงแค่ 17 เองนะ แผนของพวกเราเป็นจะเบาๆดันเขาขึ้นมาฝึกซ้อมร่วมกับกลุ่มชุดใหญ่ หลังจากนั้นเขาจะได้ทดลองตนเองว่า เมื่อจะต้องพบกับฟูลแบ็กอาชีพ อย่างไคล์ วอล์กเกอร์ หรือ เบนจาแม็ง เมนดี้ เขาจะเลี้ยงผ่านได้ไหม เขาจะได้พิสูจน์ตนเองว่า สกิลการเลี้ยงบอลของเขาสามารถเอาชนะฟูลแบ็กคนอื่นในพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่ โน่นเป็นสเต็ปถัดไปที่พวกเราต้องการปรับปรุง แม้กระนั้นเมื่อเขาเลือกจะไป มันก็จบเพียงแค่ที่ตรงนั้น”
“พวกเราก็ขอให้พรให้เขาไปถึงเป้าหมาย แล้วก็หวังว่าวันใดวันหนึ่งพวกเราจะได้เจอะกันในรายการแชมเปี้ยนส์ลีก”
ราคาขายของซานโช่ เคาะอยู่ที่ 8 ล้านปอนด์ ในมุมของแมนฯ ซิตี้ เสียนัก ฟุตบอล ดาวรุ่งที่ยังไม่เคยเล่นให้กลุ่มชุดใหญ่สักนัด แต่ว่าได้เงินกลับมา 8 ล้านปอนด์ ก็ถือว่ากำไรพอตัว
แล้วต่อจากนั้นเส้นทางชีวิตของซานโช่ และโฟเด้น ก็เป็นอย่างที่พวกเรารู้กัน ทั้งสองเติบโตในแนวทางของตนเอง แล้วก็ไปถึงเป้าหมายได้อย่างดีเยี่ยม ในวงการบอลอาชีพ
โฟเด้น ทำให้พวกเราได้ทราบจะ “โฟเด้น โมเดล” โน่นเป็นนัก ฟุตบอล ดาวรุ่งที่อยู่กับกลุ่มใหญ่ ถ้าหากคุณเป็นของจริง แล้วก็ใช้เวลาฟักฟูม เบาๆเรียนรู้จากรุ่นพี่เก่งๆรอโอกาสที่สมควร พร้อมด้วยปรับปรุงตนเองไปเรื่อยก็สามารถเปลี่ยนเป็นคีย์แมนของชมรมได้

ขณะที่ซานโช่ ทำให้เรารู้จัก “ซานโช่ โมเดล” เช่นกัน โน่นเป็นนัก ฟุตบอล ดาวรุ่ง ที่มั่นหัวใจในฝีเท้าตนเอง ก็ออกมาจาก Safe Zone ไปพบสโมสรใหม่ ที่กล้าจะเปิดโอกาสเขามากยิ่งกว่า ก็มีโอกาสโตได้ในสายอาชีพ
อย่างจู๊ด เบลลิงแฮม สารภาพว่าซานโช่ เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆของนักเตะอังกฤษ ที่กล้าไปเผชิญความน่ากลัวในลีกยุโรป และถ้าซานโช่ไม่กล้าย้ายมาเยอรมันก่อน ตัวเขาเองก็คงไม่กล้ามาเหมือนกันนั่นแหละ

By Colin