สิ่งที่โรกางร์โต้ มันชินี่ ได้รับคำยกยอเป็นอย่างมาก เป็นเขาให้ความใส่ใจกับเรื่องกล้วยๆๆที่หลายคน บางทีอาจมีความรู้สึกว่ามันไม่มีความสำคัญ
เป็นต้นว่าในเกม ที่อิตาลี เอาชนะเวลส์ 1-0 ในนัดหมายในที่สุดของรอบแบ่งกลุ่ม เป็นเมื่อกลุ่มเข้ารอบไปแล้ว ช่วงท้ายเกม เขาส่งนัก ฟุตบอล ที่คงจะมิได้ลงเล่นแน่นอนได้แก่ จาวัวบด ราขว้างโดปรี่ (นาที 75), กาเอตาโน่ กาสโตรำไพลลี่ (นาที 87) รวมทั้ง ไฮไลท์เป็น ซัลวาโคนเร่ สิริกู นายทวารสำรอง (นาที 89) แปลงลงมาแทน ดอนที่นารุมม่า
ธรรมดาแล้ว พวกเราไม่เคยมองเห็นผู้ฝึกสอนใคร จะส่งสำรองลงมาทั้งที่ กลุ่มนำเพียงแค่ 1-0 อย่างงี้ ส่วนมากก็ให้ตัวจริงเล่นให้จบ ปิดเกมไปเลย แม้กระนั้นมันชินี่ทราบดีว่า นัก ฟุตบอล ทุกคนใน Squad ก็ฝันต้องการจะลงเล่นใน ยูโร 2020 รอบท้ายที่สุดทั้งหมด แม้ว่าจะคนละไม่กี่นาทีก็ยังดี
เงื่อนในใจของมันชินี่เป็น ในบอลโลก 1990 เขาติดกลุ่มไปด้วย แม้กระนั้นกุนซืออเซกลิโอ วิชินี่ ไม่ให้เขาลงไปในสนามแม้กระทั้งนาทีเดียวอีกทั้งทัวร์นาเมนต์ มันเป็นความรู้สึกที่เสียใจมากมาย และก็เป็นแผลเป็นมาตลอด มันชินี่ก็เลยตั้งอกตั้งใจว่า ถ้าหากอนาคตเขาได้เป็นผู้จัดการทีม ก็จะมอบโอกาสนัก ฟุตบอล ในกลุ่ม ให้สัมผัสเกมในสนามบ้างนิดหน่อยก็ยังดี
โน่นทำให้อิตาลี แปลงเป็นกลุ่มที่ใช้ผู้เล่นสูงที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ เรียกมา 26 คน ใช้ไป 25 คน มีผู้เดียวที่มิได้ลงสู่สนามเป็นอเล็กซ์ เมเรต์ นายทวารมือ 3 ของกลุ่มจากทุ่งนาโปลี
หรือแบบอย่างอีกหัวข้อเป็น ก่อนเกมพบประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นัก ฟุตบอล รวมทั้งสตาฟฟ์ผู้ฝึกสอนทุกคน จำต้องขึ้นรถโดยสารประจำทางเพื่อเดินทางไปสนามโอลิมปิโก้เก๋ ช่วงเวลาที่รถยนต์เริ่มเดินทางไปได้นิดหน่อยแล้ว ในกลุ่มพึ่งจะนึกออกว่า ลืมจานลูก้า วิอัลลี่ เอาไว้ ที่วัวแวร์ชาโน่ จะต้องวนรถยนต์กลับไปรับ
ในเกมพบประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อิตาลีชนะ 3-0 ทำให้หลังจากนั้นเป็นต้นมา มันชินี่ “เอากลยุทธ์” ด้วยการแสร้งทำเป็นดีเป็นลืม วิอัลลี่ ทุกนัดหมาย ก่อนขึ้นรถโดยสารประจำทาง เพราะว่านัก ฟุตบอล อิตาลีบางบุคคลก็เชื่อเรื่องโชคดวงเหล่านี้จริงๆแบบว่า ทำอะไรแล้วดวงดี ก็ให้ทำต่อไปเรื่อยแล้วก็อิตาลีก็แกล้งลืมวิอัลลี่ไปจนกระทั่งนัดหมายชิงกับอังกฤษ แล้วก็ท้ายที่สุดก็ชนะได้จริงๆ
เหมือนกับหลักสำคัญยอตัว Black Lives Matter ก่อนเกม ที่หลายๆกลุ่ม ผู้เล่นแตกความนึกคิดกัน ว่าจะยอตัวไหมย่อเข่าดีมากยิ่งกว่า อิตาลีก็เป็นกลุ่มเดียว ที่ผู้ฝึกสอนให้นัก ฟุตบอล ตกลงใจคุ้นเคย ว่าคนไหนกันจะย่อเข่า ไหมยอตัวก็ได้ พวกเราก็เลยเห็นภาพในเกมกับเวลส์ ที่นัก ฟุตบอล 5 คนยินเฉยๆอีก 6 คนคุกหัวเข่าลงไป ซึ่งเป็นภาพที่มองแปลกมากมาย
แม้กระนั้นถ้าหากคิดในมุมของนักเตะ ก่อนที่จะคนเป็นผู้ฝึกสอนไม่ไปบังคับ อบรมพร่ำสอนในเรื่องจุดยืนทางด้านการเมือง อาจจะก่อให้ผู้เล่นรู้สึกพอใจมากยิ่งกว่าก็ได้
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกลุ่มนี้ บางทีอาจมองไม่มีความจำเป็นสำหรับกลุ่มอื่น พวกเราคิดภาพกลุ่มชาติเยอรมนี แกล้งลืมผู้ฝึกสอน แล้วโยอาคิม เลิฟ จะต้องวนรถยนต์ไปรับไม่ออกจริงๆ
แต่ว่ากับมันชินี่เขาทราบดีว่า เรื่องพวกนี้ถ้าหากมันช่วยสนับสนุนให้บรรยากาศในกลุ่มดียิ่งขึ้น เขาก็มองไม่เห็นว่าจะเสียหายที่จะทำมัน

แก้ทุกปัญหาที่เข้ามา อย่าหมดหวัง
จานลูก้า วิอัลลี่ เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ชีวิตของพวกเราประกอบไปด้วย 2 ส่วน ส่วนแรก 10% เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และก็ส่วนที่ 2 อีก 90% เป็นพวกเราจัดการกับสิ่งพวกนั้นเช่นไร”
ความหมายของวิอัลลี่เป็น พวกเราไม่บางทีอาจทราบได้หรอก ว่าอนาคตจะกำเนิดอะไรขึ้นบ้าง ด้วยเหตุนั้นสิ่งที่สามารถทำได้คือจำต้องต่อกรกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาให้ยอดเยี่ยม
รวมทั้งนี่เป็นหลักคิดที่สำคัญของกลุ่มชาติอิตาลีชุดนี้ด้วย ถ้าเกิดประสบพบปัญหาอะไรรุมเร้าเข้ามา ก็ปรับแก้มันไปครั้งละเปลาะ
อิตาลีใน 5 เกมแรกแกร่งมากมาย พวกเขามีตัวบุกปีกซ้ายที่เด่นที่สุดอย่างสปินัซโซล่า แต่ว่าเพียงพอสปินัซโซล่าเจ็บไปแล้ว แทนที่จะตีอกชกหัว อิตาลีก็ใช้ผู้เล่นผู้อื่นอย่างเอเมอร์สันชดเชย ตัวหลักไม่มี ก็พลิกแพลงกันไป
ในเกมพบประเทศสเปน อิตาลีโดนการต่อบอลสั้นทำร้ายกระทั่งป่วนปั่นไปหมด ประเทศสเปนครอบครองบอลได้ถึง 70% ส่งบอลรวมกันแทบ 1,000 ครั้ง ซึ่งมันชินี่ก็แก้เกมด้วยการเล่นเกมรับ บุกสู้ไม่ได้ก็ไม่ต้องบุก ถอยมารับแล้วคอยโต้ ยื้อกันไปจนกระทั่งจุดลูกโทษ
เกมพบอังกฤษโดนนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 มันชินี่ก็แก้เกม ส่งไบรอัน คริสตันเต้ ลงเป็นบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ จนถึงรูปเกมดียิ่งขึ้นรวมทั้งเอามาสู่ประตูตีเสมอในช่วงหลัง และก็ทรงเกมของอิตาลีก็ไม่ด้อยกว่าอังกฤษเลยจนถึงจบเกม
สำหรับเพื่อการชิงชัยทัวร์นาเมนต์ คุณจำเป็นต้องประสบพบเจอปัญหาทุกสิ่งรุมเร้าอยู่แล้ว แล้วก็คนที่จะชนะในตอนสุดท้ายได้ จะต้องจัดการกับปัญหาก้าวหน้า อย่ายอมแพ้กล้วยๆซึ่งอิตาลีกลุ่มนี้ มีคุณลักษณะอย่างนั้นล่ะ

แชมเปี้ยนแห่งยุโรป
ผลสรุปของอิตาลี ใน ยูโร2020 คราวนี้ พวกเขาคู่ควรกับการเป็นแชมป์อย่างแน่แท้ การเล่นดีขนาดนี้อีกทั้งทัวร์นาเมนต์ ถ้าหากพลาดแชมป์สิจำเป็นต้องกล่าวว่าน่าฉงนใจ
จริงอยู่ อังกฤษก็เป็นกลุ่มที่ดี แม้กระนั้นเมื่อจะต้องวัดกันในรอบชิงแชมป์แล้ว พวกเราได้มองเห็นถึง “การตัดสินใจที่ถูก” ของคนเป็นผู้ฝึกสอน มันชินี่ทำอะไรถูกหมดเลย ส่วนเอ็งเร็ธ เซาธ์เกต แก้เกมพลาดไปทุกอย่าง และก็นี่เป็นจุดพิจารณาที่ความมีชัย
ถึงนี้ แฟนบอลอิตาลีเองก็ไม่ต้องการที่จะอยากจะมั่นใจว่า พวกเขาจะแปลงเป็นแชมป์ยุโรปได้ จากกลุ่มเต็งชั้น 7 ก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่ม แต่ว่าก็ต่อสู้กลุ่มใหญ่ๆมาได้ตลอดทาง อีกทั้งประเทศเบลเยี่ยม ประเทศสเปน แล้วก็จบด้วยอังกฤษ มันเป็นความมีชัยที่บริบูรณ์มากมาย
แล้วก็สิ่งที่ทำให้มันพิเศษมากขึ้นไปอีก เป็นอย่าลืมว่าอิตาลีชุดนี้ เป็นกลุ่มที่พึ่งจะไม่เข้ารอบคัดบอลโลกนะ แต่ว่าในกรอบเวลาเพียง 3 ปีกว่าๆพวกเขาเปลี่ยนกลุ่มที่เต็มไปด้วยข้อด้อย แล้วก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ยุโรปได้
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทุกๆประเทศ สามารถทำความเข้าใจได้จากกลุ่มชาติอิตาลีก็คือ การล้มเหลวหนึ่งครั้ง มิได้แสดงว่าจำเป็นต้องล้มเหลวตลอดกาล
แต่ว่าการจะเอาตัวออกมาจากความผิดพลาด ขั้นต้นจำต้องกล้าเห็นด้วยก่อน ว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้นจริง หลังจากนั้นเมื่อยล้าอมรับแล้ว ก็รีบ Take Action หาผู้ที่ถูกที่มีความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการจัดการกับปัญหานั้นได้
ถ้าวันนั้น อิตาลีไม่รับว่า มีปัญหาเกิดขึ้นจริง ทุกๆอย่างก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยน
และก็อิตาลี ก็จะยังคงเป็น Loser ยกตัวอย่างเช่นเดิม มิได้เป็นผู้ชนะในตอนสุดท้ายเสมือนอย่างในวันนี้

By Colin