แอชลีย์ ยัง อดีตกาลลำแข้งตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยถึงใจความที่ผู้เล่นทุกคนกลัวจากโอเล่ กุนท้องนาร์ โซลชาร์ ก่อนที่จะทำการตัดสินใจย้ายออกจากทีม
แอชลีย์ ยัง จะกลับมาเยี่ยมโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกนับจากย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ แอสตัน วิลล่า จะเดินทางไปเยี่ยมกองทัพปีศาจแดงในศึกพรีเมียร์ ลีก วันนี้ (เสาร์ที่ 25 ก.ย. 2564) ดังนี้คาดว่า ‘ยัง’ ไม่น่าจะได้ออกตัวในเกมที่พบกับกลุ่มเก่าของเขาภายหลังที่ได้เป็นกัปตันทีมในศึกคาราบาว คัพ นัดหมายที่ปราชัยจุดลูกโทษให้กับเชลซีเมื่อตอนกลางอาทิตย์ แต่ว่านัก ฟุตบอล วัย 36 ปีน่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของกลุ่มของดีน สมิธ ที่จะร่วมเดินทางมาด้วย ภายหลังจากได้ลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก 4 จาก 5 เกมในฤดูกาลนี้ของวิลล่า

‘ยัง’ ค้าหน้าแข้งที่แมนฯ ยูไนเต็ด ตรงเวลา 9 ปีข้างหลังย้ายออกจากวิลล่าด้วยค่าจ้าง 18 ล้านปอนด์เมื่อปี 2011 สมัยก่อนปีกของวัตฟอร์ดมีหน้าที่สำคัญสำหรับในการช่วยกลุ่มครอบครองแชมป์พรีเมียร์ ลีก หนสุดท้ายของซาตานแดงในปี 2013 และก็ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอภายใต้การควบคุมกลุ่มผู้จัดการคนไม่ใช่น้อยรวมทั้งคนตอนนี้อย่างโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ในทีแรกๆๆในตอนหกเดือนในที่สุดของเขากับแมนฯ ยูไนเต็ด ยังได้ลงเล่น 12 ครั้งในลีกให้กับโซลชาร์ก่อนจะได้รับใจความที่ผู้เล่นทุกคนกลัว

 

“ผมคุยกับโอเล่แล้วเขาก็บอกว่าผมจะไม่ได้เล่นมากเท่าที่ผมต้องการ” ยัง ได้กล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้เมื่อถูกขอให้อธิบายการย้ายไปยังอินเตอร์ มิลาน เมื่อเดือนมกราคม 2020 “เมื่อคุณมาถึงช่วงท้ายของอาชีพค้าแข้งของคุณ คุณก็อยากลงเล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมก็ฟิตพอๆ กับทุกคน และผมรู้สึกว่ายังมีอะไรอีกมากที่จะมอบให้ได้” “โอเล่บอกว่าเขาจะนำผู้เล่นอายุน้อยเข้ามาและผมจะไม่มีโอกาสมากนัก”

 

‘ยัง’ ได้รับรางวัลจากการที่เขากล้าหาญที่จะย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์มิลาน ในกัลโช่ เซเรีย อา และช่วยให้พวกเขาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลีเมื่อฤดูกาลที่แล้วก่อนที่จะกลับมาค้าแข้งที่แอสตัน วิลล่า โดยอดีตแข้งทีมชาติอังกฤษยังได้ลงเป็นตัวจริงในเกมยูโรป้า ลีก นัดชิงชนะเลิศของทัพงูใหญ่กับเซบีย่าเมื่อเดือนสิงหาคม 2020

 

“ชัดเจนว่าเป็นเรื่องดีที่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก จากนั้นก็ได้ไปลีกใหม่และคว้าแชมป์ที่นั่นเช่นกันซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เป็นความรู้สึกที่น่าเหลือเชื่อ” ยัง กล่าว “มันไม่ง่ายเลยที่จะออกจากสโมสรในเดือนมกราคม แต่ตอนนี้เมื่อมองย้อนกลับไป ผมคิดว่าผมตัดสินใจถูกแล้ว ผมอยากจะออกไปและคว้าแชมป์อยู่เสมอ ผมมีความทะเยอทะยาน แรงผลักดัน และความปรารถนาที่จะคว้าแชมป์” “เห็นได้ชัดว่าฤดูกาลแรกเราไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก แต่น่าเสียดายที่เราแพ้ เรายังชวดแชมป์ในลีกด้วยการแพ้ไปแค่แต้มเดียวและผมคิดว่านั่นอาจกระตุ้นเราในฤดูกาลนี้ให้ออกไปคว้าถ้วยแชมป์และคว้าแชมป์เซเรีย อา”

By Colin